|
จากตอนที่แล้วเกริ่นว่าจะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ๆ เพื่อแสดงให้เห็น
ผลของการเล่น Futures ที่ผิดพลาด จึงนำมาซึ่งความสูญเสียอย่างมาก
มาย ก็คือ เรื่องการล้มละลายของธนาคารแบริ่งซึ่งเป็นธนาคารที่เก่าแก่
ที่สุดของอังกฤษได้ปิดกิจการลงไปในปี 1995
หลังจากเปิดมากว่า 233 ปี สร้างความตกตะลึงให้กับโลกการเงินในช่วง
เวลานั้นอย่างมาก ว่าทำไมธนาคารที่เก่าแก่ที่สุดถึงล้มละลายได้ซึ่งคนๆ
หนึ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องและเป็นตัวละครสำคัญ คือนาย Nick Leeson ชื่อ
นี้กลายเป็นชื่อประวัติศาตร์ที่พูดถึงเรื่อง Futures เมื่อไหร่ก็จะต้องนึกถึง
ชื่อนี้ตามมาทุกที ไม่ใช่ว่าเค้า trade เก่งมากจนทำให้ทุกคนต้องรู้จัก เอ๊ะ
หรือว่าจะเก่งดีคะเพราะว่าสามารถทำให้ธนาคารที่เก่าแก่ที่สุดล้มได้
เรื่องมันเริ่มมาจากการที่ นาย Nick Leeson ได้เข้ามาเป็นผู้จัดการ Baring
Securities(Singapore) Limited - BSS ซึ่งเป็นบริษัทลูกของธนาคารแบริ่ง
โดยได้ลงทุนใน Futures Nikkei-225 ซึ่งขณะนั้นได้เกิดเหตุการณ์ไม่
คาดฝันขึ้น คือ เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ใน Kobe วันที่ 17 มกราคม 1995
ส่งผลให้ดัชนี Nikkei-225 (Futures) ลงมากว่า 1,000 จุด
สาเหตุการที่ธนาคารแบริ่งล้มละลาย ก็เนื่องมาจากวิธีการ
ซื้อขายของนาย Nick Leeson ซึ่งเป็นลักษณะของการเก็งกำไร โดยเล่น
ขาเดียว 
ทำให้ผลขาดทุนจากการซึ้อขายที่ Nick Leeson ทำไว้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
แต่เค้าก็ยังดื้อและเชื่อว่าดัชนี Nikkei จะไม่ตกต่ำกว่า1900 จุด จึงทำการ
ซื้อสัญญาจำนวนเพิ่มมากขึ้นอีก เพราะหวังว่าดัชนีจะมีการดีดตัวกลับ แต่
มันไม่เป็นไปตามนั้นมันกลับเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม คือหล่นลงไปอีก
จนเค้าไม่สามารถหาเงินมาเพิ่มอีกได้ทำให้ประสบผลขาดทุนถึง 1.4 พันล้าน
ดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าทรัพย์สินรวมของกลุ่มแบริ่งจึงทำให้ธนาคารในที่สุด
สาเหตุการที่ธนาคารแบริ่งล้มละลาย ก็เนื่องมาจากวิธีการซื้อขายของนาย
Nick Leeson ซึ่งเป็นลักษณะของการเก็งกำไร โดยเล่นขาเดียว คือหมาย
ความว่า เล่นในตลาดฟิวเจอร์ส เพียงอย่างเดียวแต่ไม่ได้ลงทุนในตลาดหุ้น
เพื่อเป็นการป้องกันความเสียง รวมถึงไม่มีระเบียบวินัยในการยับยั้ง
การขาดทุน (stop loss) ทำให้ผลขาดทุนจึงเกิดขึ้นอย่างมหาศาล มันจึง
เป็นบทเรียนที่สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเสียงของการลงทุนในฟิวเจอร์ส
|