|
Written by Jenny
|
|
Sunday, 22 April 2007 |
|
วันนี้เรามาคุยกันต่อเรื่องของหลักประกันดีกว่า หลังจากที่เราได้รู้จัก
หลักประกันขั้นต้น หรือ Initial Margin กันไปแล้ว ก็คงมีหลายคนสงสัย
ว่าทำไมต้องมีการวางหลักประกันเกิดขึ้น
ก็ขอตอบ ณ ที่นี้เลยนะคะว่า เป็นเรื่องของระบบการป้องกันความเสี่ยง
เพื่อไม่ให้เกิดการผิดนัดชำระหรือไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ให้ไว้ระหว่างคู่
สัญญาคือ ผู้ซื้อและผู้ขาย แต่เนื่องจาก Set 50 Index มีการเปลี่ยนแปลง
ทุกวัน จึงส่งผลให้หลักประกันขั้นต้น(initial margin) ที่เราได้วางไว้กับ
broker เปลี่ยนแปลงเช่นกัน
เพราะทางโบรกเกอร์จะมีการคิดกำไรขาดทุนในทุก ๆสิ้นวัน ซึ่งเราเรียก
วิธีการนี้ว่า Mark to Market ถ้าเราได้กำไรจะทำให้หลักประกันของเรา
เพิ่มขึ้น แต่ถ้าหากว่าขาดทุนก็จะส่งผลให้เงินหลักประกันลดลง ดังนั้นเพื่อ
เป็นการป้องกันความเสี่ยงที่เกิดขึ้น โบรกเกอร์ก็จะมีการควบคุมดูแลมูลค่า
ของหลักประกันที่เราวางไว้
โดยการกำหนดหลักประกันขั้นต่ำ หรือ Maintenance Margin ถ้าเกิด
เงินหลักประกันที่วางไว้นั้นต่ำกว่าหลักประกันขั้นต่ำ ทางโบรกเกอร์ก็จะ
เรียกเก็บหลักประกันเพิ่มในจำนวนที่ทำให้เงินในบัญชีกลับมาเท่ากับ
หลักประกันขั้นต้นที่วางไว้แต่แรก เพื่อให้มีความเข้าใจชัดเจนมากขึ้นจะ
ขอทำการยกตัวอย่างประกอบ
สมมุติว่าโบรกเกอร์กำหนดหลักประกันขึ้นต้นไว้ที่ 50,000 บาท และ
หลักประกันขั้นต่ำที่ 35,000 บาท แต่เมื่อนาย ก ขาดทุนจนทำให้เงิน
ประกันขั้นต้นอยู่ที่ 30,000 บาท ซึ่งต่ำกว่าหลักประกันขั้นต่ำที่ทาง
โบรกเกอร์กำหนดไว้ จึงทำให้ทางโบรกเกอร์มีการเรียกหลักประกันเพิ่ม
เป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท เพื่อให้เงินประกันกลับมาเท่ากับหลักประกัน
ขั้นต้นที่ทางโบรกเกอร์กำหนด
|
|
Last Updated ( Monday, 15 October 2007 )
|